นับตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2468 (นับแบบปัจจุบันเป็น พ.ศ. 2469) ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร
โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค หลังการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ประเทศไทยก็ยังไม่มีการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคอีกเลย
จนกระทั่งถึงเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร
โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 ขึ้น
เป็นเวลา 93 ปี ในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์ 2 รัชกาลที่ประเทศไทยว่างเว้นจากพระราชพิธีนี้ แม้ว่าในสมัยรัชกาลที่ 9
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 17 ครั้ง แต่เป็นการจัดขึ้นเพื่อเสด็จฯไปถวายผ้าพระกฐิน และโอกาสอื่น ๆ
ดังนั้น การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร
โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งนี้จึงเป็นการรื้อฟื้นโบราณราชประเพณีที่สำคัญ
และเป็นการจารึกประวัติศาสตร์บทสำคัญบทหนึ่ง
ทั้งประวัติศาสตร์สถาบันพระมหากษัตริย์ ประวัติศาสตร์กองทัพเรือ
ประวัติศาสตร์กรมศิลปากร และประวัติศาสตร์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับพิธีนี้
สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
ในครั้งนี้มีจุดตั้งต้นขบวนที่ท่าวาสุกรี แล้วเคลื่อนขบวนไปยังท่าราชวรดิฐ
จากนั้นเสด็จฯโดยริ้วขบวนราบจากท่าราชวรดิฐไปยังพระบรมมหาราชวัง
ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วย เรือพระราชพิธี 52 ลำ รวมทั้งเรือพระที่นั่ง 4
ลำ ใช้กำลังพลรวม 2,399 นาย เป็นกำลังพลฝีพาย 2,200
นาย และกำลังพลที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง
และนักดนตรีประจำเรือ 199 นาย
ขอบคุณค่ะ 🤗
ตอบลบขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านครับ ทางเราพร้อมปรับแก้ไข
ลบมีสาระมากเลยค่ะ
ตอบลบขอบคุณครับ รอตามเรื่องต่อไปได้เลยนะครับ
ลบเป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากๆเลย ชอบมากๆ อ่านเเล้วเพลินมากๆชอบมสกฟครับ Pond605
ตอบลบขอบคุณครับ รอตามเรื่องต่อไปได้เลยนะครับ
ลบมีสาระมากเลยค่ะ
ตอบลบดีมากค่ะ
ตอบลบความคุณสานะดีๆจากที่นี้
ตอบลบสาระดีมากค่ะ
ตอบลบความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบสุดยอดไปเลยคะ
ตอบลบความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบมีสาระมากครับ
ตอบลบ