วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2563



บันทึกประวัติศาสตร์ ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค หลังเว้นว่าง 2 รัชกาล

บันทึกประวัติศาสตร์ ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค หลังเว้นว่าง 2 รัชกาล


นับตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2468 (นับแบบปัจจุบันเป็น พ.ศ. 2469) ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค หลังการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประเทศไทยก็ยังไม่มีการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคอีกเลย จนกระทั่งถึงเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 ขึ้น
เป็นเวลา 93 ปี ในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์ 2 รัชกาลที่ประเทศไทยว่างเว้นจากพระราชพิธีนี้ แม้ว่าในสมัยรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 17 ครั้ง แต่เป็นการจัดขึ้นเพื่อเสด็จฯไปถวายผ้าพระกฐิน และโอกาสอื่น ๆ ดังนั้น การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งนี้จึงเป็นการรื้อฟื้นโบราณราชประเพณีที่สำคัญ และเป็นการจารึกประวัติศาสตร์บทสำคัญบทหนึ่ง ทั้งประวัติศาสตร์สถาบันพระมหากษัตริย์ ประวัติศาสตร์กองทัพเรือ ประวัติศาสตร์กรมศิลปากร และประวัติศาสตร์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับพิธีนี้
สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในครั้งนี้มีจุดตั้งต้นขบวนที่ท่าวาสุกรี แล้วเคลื่อนขบวนไปยังท่าราชวรดิฐ จากนั้นเสด็จฯโดยริ้วขบวนราบจากท่าราชวรดิฐไปยังพระบรมมหาราชวัง
บันทึกประวัติศาสตร์ ในหลวงเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค หลังเว้นว่าง 2 รัชกาล

ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วย เรือพระราชพิธี 52 ลำ รวมทั้งเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ใช้กำลังพลรวม 2,399 นาย เป็นกำลังพลฝีพาย 2,200 นาย และกำลังพลที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง และนักดนตรีประจำเรือ 199 นาย