พระอัจฉริยภาพด้านกีฬา ของรัชกาลที่ ๙
“…การกีฬานั้นนับเป็นอุปกรณ์การศึกษาที่สำคัญยิ่ง
เพราะเป็นการกล่อมเกลาให้เด็กมีจิตใจอดทน กล้าหาญ รู้แพ้รู้ชนะ
ปลูกฝังพลานามัยให้แข็งแรง เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เด็กเป็นผู้มีสมรรถภาพ
ทั้งในทางจิตใจและร่างกายเป็นผลสืบเนื่องไปถึงการเป็นพลเมืองของชาติอันเป็นยอดแห่งความปรารถนา…” พระบรมราโชวาท
ในวันเปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียนประจำปี วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504
จากพระราชดำรัสแสดงถึงพระราชปณิธานในการส่งเสริมด้านกีฬาว่าเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาบุคคลและประเทศชาติ
จึงทรงส่งเสริมกีฬาทุกประเภท
หากมองย้อนกลับไปเมื่อครั้นยังทรงพระเยาว์
ขณะประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็ทรงเล่นสกีน้ำแข็งบ่อยครั้ง
ต่อมายังสนพระราชหฤทัยในกีฬาหลายประเภท เช่น สกีน้ำ ว่ายน้ำ เรือกรรเชียง เรือพาย แบดมินตัน ยิงปืน กอล์ฟเล็ก
การแข่งขันรถเล็ก เครื่องร่อน ฯลฯ ทรงโปรดฮอกกี้น้ำแข็ง และสกีหิมะ
ทั้งทรงศึกษาข้อมูลของกีฬาแต่ละประเภทอย่างละเอียด และทรงฝึกฝนจนปฏิบัติได้ดี
นับเป็นแบบอย่างที่ดีของนักกีฬา
เรือใบ”
เป็นทั้งกีฬาทรงโปรดและยังได้แสดงพระอัจฉริยภาพด้วยการต่อเรือจากฝีพระหัตถ์และทรงทดลองแล่นเรือในสระภายในสวนจิตรลดา
เรือใบฝีพระหัตถ์ที่สำคัญมี 3 ประเภท ได้แก่
เรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์ (International Enterprise Class), เรือใบประเภทโอเค (International OK Class) และเรือใบประเภทม็อธ
(International Moth Class) เรือใบลำแรกที่ทรงต่อเองเมื่อวันที่
7 ธันวาคม พ.ศ. 2507 เป็นเรือใบประเภท
เอ็นเตอร์ไพรส์ ชื่อ “เรือราชปะแตน” และลำต่อมาชื่อ
“เรือเอจี” โดยทรงต่อตามแบบสากล
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงแข่งขันแล่นใบหลายครั้งทั้งในและนอกประเทศ
เช่น ในปี 2508 ทรงใช้เรือราชปะแตนแข่งขันกับ ดยุค ออฟ
เอดินเบอระ (The Duke of Edinburgh) พระราชอาคันตุกะส่วนพระองค์
โดยใช้เส้นทางไปกลับ พัทยา – เกาะล้าน ใน 2508 นี้
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงต่อเรือใบ ประเภทโอเค ตามแบบสากลลำแรกที่ทรงต่อชื่อ “เรือนวฤกษ์” หลังจากนั้นทรงต่อเรือใบ
ประเภทนี้อีกหลายลำ พระราชทานชื่อเรือว่า “VEGA” หรือ เวคา
(เป็นชื่อดาวที่สุกใสดวงหนึ่ง) เมื่อ 19 เมษายน 2509 ทรงใช้เรือลำนี้เป็นพระราชพาหนะเสด็จฯ ข้ามอ่าวไทยจากวังไกลกังวล
หัวหินไปขึ้นฝั่งที่หาดเตยงามในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ระยะทาง 60 ไมล์ทะเล ทรงใช้เวลาประมาณ 14 ชั่วโมง นับว่าทรงมีพระวิริยะอุตสาหะอย่างสูง
ซึ่งในการต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหางเสือเรือเวคา
เพื่อเป็นรางวัลนิรันดรในการแข่งขันเรือใบระยะทางไกลของประเทศไทย
นอกจากนี้
ในการแข่งขันกีฬานานาชาติ พระองค์ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบทีมชาติ
ประวัติศาสตร์วงการกีฬาระดับโลกต้องจารึกไว้เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ
ทรงคว้าชัยการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4
ที่ประเทศไทยในการแข่งขันครั้งนี้ทรงใช้เรือใบประเภทโอเค
ซึ่งทรงต่อขึ้นด้วยพระองค์เองและทรงเป็นผู้ชนะเลิศ สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเหรียญทองในวันที่ 16 ธันวาคม
พ.ศ. 2510 ต่อมารัฐบาลได้กำหนดวันนี้ของทุกปีเป็นวันกีฬาแห่งชาติ
ด้วยพระราชกรณียกิจที่ทรงพระปรีชาสามารถทางการกีฬาจนเป็นที่เลื่องลือ
และได้มีการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการกีฬาอันเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก
คณะกรรมการโอลิมปิกสากลจึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์และได้ขอพระราชทานพระราชวโรกาสทูลเกล้าฯ
ถวายเหรียญทองดุษฏีกิตติมศักดิ์ของโอลิมปิกคือ “อิสริยาภรณ์โอลิมปิกสูงสุด (ทอง)” เมื่อ
14 ธันวาคม 2530
นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ทรงได้รับเกียรติยศดังกล่าว
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยมหิดลก็ได้ขอพระราชทานพระวโรกาสทูลเกล้าฯ
ถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม
2534




ดีมากค่ะสามารถนำมาใช้ในการสอนนักเรียนได้ด้วย
ตอบลบดีมากค่ะ
ตอบลบดีมากๆค่ะ
ตอบลบดีคะ...
ตอบลบดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะ
ตอบลบ